ในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกวงการ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะราคาที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ความสะดวกสบายในการใช้งาน การตอบสนองต่อผู้บริโภคด้านข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างครบวงจร ในทุก ๆ ด้าน มีระบบมัลติมีเดียที่มีความหลากหลาย ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน รวมทั้งมีโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่สามารถสื่อสารกันแบบออนไลน์ ระหว่างผู้ใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย แต่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหลายก็อย่าลืมคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพในการทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน ๆ ที่มีผลต่อสรีระทางร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผลทางด้านสายตา ระบบกล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนังของผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
ในบทความนี้ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทางด้านสายตา และแนวทางการป้องกันที่เกิดจากการมองจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์นาน ๆ
จอภาพคอมพิวเตอร์แผ่รังสีได้หรือไม่
จอภาพคอมพิวเตอร์สามารถแผ่รังสีได้เช่นเดียวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไปในรูปของคลื่นแม่เหล็กและคลื่นไฟฟ้า ได้แก่ ไฟฟ้าสถิตย์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ความถี่ต่ำยิ่งยวด (extremely low frequency หรือ ELF) และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่ต่ำมาก (very low frequency, VLF) นอกจากนี้แล้ว ยังมีรังสีไมโครเวฟ รังสีเหนือม่วง ซึ่งอาจจะมีอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การมองจอภาพที่มีแสงจ้า หรือแสงสะท้อนเป็นระยะเวลานาน อาจจะทำให้เกิดปัญหาอาการปวดตา สายตาล้า อาการปวดศีรษะ ซึ่งเกิดมาจกการบีบของกล้ามเนื้อตา จากการศึกษาระดับรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่นออกมาจากจอภาพคอมพิวเตอร์จะมีปริมาณลดลงตามระยะทางที่ห่างออกไป และควรอยู่ในระยะการมองระหว่าง 50-70 เซ็นติเมตร เพื่อให้รังสีที่แผ่ออกมาจากจอคอมพิวเตอร์ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
แนวทางในการถนอมสายตาและการป้องกัน
1. ควรวางจอภาพในระดับต่ำกว่าสายตา
2. ควรนั่งห่างจากจอภาพประมาณ 50-70 เซ็นติเมตร
3. ไม่ควรอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานกว่า 40-60 นาที ควรจะเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ เมื่อทำงานกับคอมพิวเตอร์ เช่น ควรกระพริบตา หลับตา หรือพักผ่อนสายตาโดยการมองสิ่งที่ไกลตาออกไป อย่างเช่น นอกหน้าต่างบริเวณที่มีต้นไม้
4. ควรปรับแสงของจอภาพให้พอเหมาะ อย่าปรับให้แสงจ้าเกินไป
5. ควรปรับขนาดของตัวหนังสือให้พอเหมาะ ดูสบายตา ไม่ควรเล็กเกินไป เช่น ปรับ resolution ขนาด 800 x 600 สำหรับจอภาพขนาด 14-15 นิ้ว เป็นต้น
6. ไม่ควรวางคอมพิวเตอร์ไว้ใกล้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก เพราะอุปกรณ์เหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของจอภาพ หรือทำให้จอภาพสั่นได้
7. ไม่ควรวางจอภาพและคอมพิวเตอร์ในที่มีแสงแดดส่องถึง เพราะจะทำให้ต้องใช้สายตาในการเพ่งมองมากกว่าปกติ
บทสรุปท้าย
อาการปวดตา ตาล้า หรืออาการเมื่อยล้าของนัยน์ตาคงจะเกิดกับผู้ที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์มาแล้วเกือบทุกคน ซึ่งอาจจะเกิดจากการจ้องมอง เพ่งมองตัวอักษรที่พิมพ์ออกทางจอภาพ ภาพนิ่ง แม้กระทั่งภาพเคลื่อนไหวล้วนแต่ส่งผลเสียกับนัยน์ตาของเรา ฉะนั้นเราควรถนอมนัยน์ตาของเราไว้ โดยการหลีกเลี่ยงต้นเหตุ และป้องกันโดยการหยุดพักสายตาและกระพริบตาบ่อย ๆ ในระหว่างการทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ควรตรวจเช็คสายตาปีละ 1 ครั้ง เพื่อวัดความดันตา ดูประสาทตา หรือความผิดปกติทางด้านสายตา ในการที่จะช่วยให้ดวงตาอยู่กับเราตราบนานเท่านาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น